รวมกติกาเท็กซัสโฮลด์เอ็ม ที่มือใหม่ต้องรู้ก่อนเล่น

รวมกติกาเท็กซัสโฮลด์เอ็ม ที่มือใหม่ต้องรู้ก่อนเล่น

ถ้าจะให้พูดถึงโป๊กเกอร์แล้วล่ะก็ ชื่อ “เท็กซัสโฮลด์เอ็ม” น่าจะเป็นอะไรที่คุ้นหูกันที่สุด เนื่องจากเป็นไพ่โป๊กเกอร์ที่ได้รับความนิยมมาก และถือได้ว่าเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาไพ่โป๊กเกอร์ออกไปเป็นรูปแบบอื่น ๆ แม้ว่าในปัจจุบันคาสิโนออนไลน์หลายแห่งจะให้บริการโป๊กเกอร์หลายรูปแบบ แต่ก็ยังคงมีเท็กซัสโฮลด์เอ็มให้เล่นกันอยู่ วันนี้เราจะพามือใหม่ทุกคนไปรู้จักกับกติกาโป๊กเกอร์ชนิดนี้กันว่าเขาเล่นกันอย่างไร เพื่อที่จะได้เอาไปต่อยอดเล่นโป๊กเกอร์กันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รวมกติกาเท็กซัสโฮลด์เอ็ม ที่มือใหม่ต้องรู้ก่อนเล่น

วางเงินเดิมพันกันอย่างไร

ปกติแล้วการเล่นเท็กซัสโฮลด์เอ็มผู้เล่นที่อยู่ในตำแหน่งสมอลบลายด์ และ บิ๊กบลายด์ จะต้องวางเดิมพันก่อนเสมอ ถึงอย่างนั้นในบางเกมผู้เล่นตำแหน่งอื่นอาจต้องวางเงินเพื่อร่วมเล่น (Antes) ซึ่งมักจะเห็นกันได้ตามการแข่งขันแบบทัวร์นาเมนต์ในช่วงท้าย ๆ

คราวนี้ตำแหน่งปุ่มดีลเลอร์จะเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าผู้เล่นคนไหนจะได้ทำหน้าที่เป็นคนแจกไพ่ ซึ่งตำแหน่งนี้ถือว่าเป็นจุดที่ดีที่สุดในการเล่น เพราะเป็นตำแหน่งที่ได้เล่นเป็นคนสุดท้าย อย่างไรก็ตามปุ่มดีลเลอร์และตำแหน่งบลายด์ทั้งสองจะถูกเวียนไปหาผู้เล่นแต่ละคนตามเข็มนาฬิกาเพื่อให้เกิดความยุติธรรมต่อผู้เล่นแต่ละคน

ในการวางเดิมพันผู้เล่นที่อยู่ในตำแหน่งสมอลบลายด์ (ถัดจากดีลเลอร์ไปทางซ้ายมือ) จะต้องวางเดิมพันครึ่งหนึ่งของตำแหน่งบิ๊กบลายด์ ขณะเดียวกันผู้เล่นอยู่ตำแหน่งบิ๊กบลายด์ก็จะต้องวางเดิมพันเท่ากับขั้นต่ำของราคาเก ทว่าในการเล่นแบบทัวร์นาเมนต์ ราคาบลายด์และ Antes จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามช่วงเวลาที่กำหนด และทุกครั้งที่เริ่มเล่นตำแหน่งสมอลบลายด์จะเป็นคนแรกที่ได้เล่นเสมอ

ถ้าหากการเล่นโป๊กเกอร์ดำเนินไปเรื่อย ๆ จนเหลือผู้เล่นเพียง 2 คน การวางเดิมพันจะเปลี่ยนรูปแบบโดยใช้กฎ Heads up ซึ่งเป็นการดวลตัวต่อตัว ทีนี้ผู้เล่นที่ในตำแหน่งดีลเลอร์จะต้องวางเงินสมอลบลายด์ ส่วนอีกฝ่ายจะต้องวางเงินบิ๊กบลายด์ โดยในการเล่นช่วง Pre-flop ผู้เล่นตำแหน่งดีลเลอร์จะได้เล่นก่อน และจะได้เล่นทีหลังเมื่อเข้าช่วง Post-flop

โดยทั่วไปแล้วการเล่นเท็กซัสโฮลด์เอ็มจะมีอยู่ 3 รูปแบบ คือ แบบจำกัดราคาเก (Limit hold’em), แบบไม่จำกัดราคาเก (No Limit hold’em) และแบบเกได้ไม่เกินราคาพอท (Pot-limit hold’em) ซึ่งแบบแรกนั้นได้รับความนิยมเป็นอย่างมากไม่ว่าจะเป็นบ่อนคาสิโนทั่วไปและคาสิโนออนไลน์ วิธีการวางเดิมพันใน 2 รอบแรก คือ Pre-flop และ Flop นั้นจะต้องมีราคาเท่ากับบิ๊กบลายด์หรือที่เรียกว่า สมอลเบ็ท ส่วน 2 รอบหลัง ที่เป็นช่วง Turn กับ River จะวางเงินได้เป็น 2 เท่าของราคาบิ๊กบลายด์ หรือที่เรียกว่า บิ๊กเบ็ท

ส่วนการเล่นแบบ No Limit hold’em จะพบได้บ่อยในการแข่งขันแบบทัวร์นาเมนต์ซึ่งผู้เล่นจะลงเงินหรือเกทับที่ราคาไหนก็ได้ และทำได้มากที่สุดคือการเทหมดหน้าตัก (All-in) โดยจะต้องไม่น้อยกว่าเงินขั้นต่ำ (Minimum Bet) ที่กำหนดไว้ ส่วนการลงเงินขั้นต่ำก็ต้องเท่ากับราคาเกทับก่อนหน้า ยกตัวอย่างเช่น บิ๊กบลายด์ 2$ มีคนเกทับอีก 6$ รวมเป็น 8$ ถ้าเราจะเกทับก็ต้องวางเงิน 6$ เป็นต้น

แต่ถ้าเป็นการเกทับแบบ All-in แต่ราคาไม่เท่ากับที่เกมาก่อน คนที่เกมาก่อนหน้าจะไม่สามารถเกทับกลับได้อีก ส่วนการเล่นแบบ Pot-limit hold’em จะสามารถเกทับได้สูงสุดเท่ากับเงินกองกลาง (Pot) ในขณะนั้น

วิธีเล่นโป๊กเกอร์โฮลด์เอ็ม

วิธีเล่นโป๊กเกอร์โฮลด์เอ็ม

ในขั้นตอนการเล่นโป๊กเกอร์นั้นจะเริ่มจากดีลเลอร์สับไพ่แล้วทำการแจกไพ่แบบคว่ำหน้าให้ผู้เล่นทุกคน คนละ 2 ใบ โดยเริ่มที่ตำแหน่งสมอลบลายด์แล้ววนตามเข็มนาฬิกาและตัวดีลเลอร์เองจะได้รับไพ่เป็นคนสุดท้าย โดยจะใช้ไพ่แบบ 52 ใบที่ไม่มีไพ่โจ๊กเกอร์ ซึ่งไพ่ที่ผู้เล่นได้รับแจกถือเป็นไพ่ส่วนตัวที่ไม่ควรให้ผู้เล่นคนอื่นเห็นจนกว่าจะถึงเวลาโชว์ไพ่วัดความแข็งแกร่งในช่วงสุดท้ายของเกม

หลังจากที่ได้รับไพ่กันครบทุกคนแล้ว เกมจะเริ่มเล่นที่รอบ Pre-flop ซึ่งคนที่อยู่ทางซ้ายถัดจากบิ๊กบลายด์หรือคนที่อยู่ถัดจากดีลเลอร์กรณีที่ไม่มีการใช้เงินบลายด์จะเป็นคนได้เล่นก่อน และวนไปตามเข็มนาฬิกา จนกระทั่งเล่นครบกันทุกคนแล้ว ในรอบ Flop ดีลเลอร์จะทำการเปิดไพ่กองกลางออกมา 3 ใบ จากนั้นก็เริ่มเล่นเช่นเดียวกับรอบ Pre-flop

หลังจากจบรอบ Flop ไปแล้ว ดีลเลอร์จะเปิดไพ่กองกลางเพิ่มอีก 1 ใบ หรือที่เรียกว่ารอบ Turn เมื่อจบรอบนี้แล้วยังมีผู้เล่นเหลืออยู่อย่างน้อย 2 คน ดีลเลอร์ก็จะเปิดไพ่กองกลางอีกใบหรือที่เรียกว่า River เพื่อเริ่มการเล่นรอบสุดท้าย ในรอบนี้หากไม่มีใครยอมแพ้ก็จำเป็นต้องจบด้วยการเปิดไพ่วัดกันว่าใครถือไพ่เหนือกว่ากันหรือที่เรียกกันว่า Showdown

Showdown ไพ่ใครใหญ่กว่ากัน

หากเกมเท็กซัสโฮลด์เอ็มที่เล่นอยู่นั้นจบด้วยการที่ผู้ชนะเกทับจนผู้เล่นคนอื่นหมอบกันหมด ก็สามารถจบเกมกันได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องโชว์ไพ่ของตัวเองและสามารถรับเงินในพอทไปได้เลย แต่ถ้าเกิดมีผู้เล่นเหลืออยู่ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปหลังจากจบรอบ River ไปแล้ว ผู้เล่นที่เหลืออยู่จะต้องเปิดไพ่ของตัวเองเพื่อวัดขนาดหรือความแข็งแกร่งของไพ่ โดยใช้ไพ่ 2 ใบในมือ และไพ่กองกลางอีก 5 ใบ มาจัดชุดเพื่อหาไพ่ 5 ใบที่ดีที่สุดในมือของตัวเอง ตรงนี้ผู้เล่นจะใช้ไพ่ในมือ 1 หรือ 2 ใบก็ได้ หรือจะไม่ใช้สักใบก็ได้เช่นกันในการจัดชุดไพ่

10 ระดับไพ่โป๊กเกอร์ที่ต้องเข้าใจก่อนเล่น

สำหรับระดับความแข็งแกร่งของไพ่ในเท็กซัสโฮลด์เอ็มนั้นจะแบ่งออกเป็นทั้งหมด 10 ระดับ เรียงจากระดับสูงสุดไปต่ำสุด ดังนี้

  • Royal flush ชุดไพ่ที่แข็งแกร่งที่สุด มีโอกาสเกิดน้อยที่สุด ประกอบไปด้วยไพ่ 10, J, Q, K, A ที่มีดอกเดียวกัน
  • Straight flush ไพ่แข็งแกร่งอันดับสอง เป็นไพ่เรียงแต้ม 5 ใบ ที่มีดอกเดียวกัน
  • Four of a kind ชุดไพ่ที่มีหน้าเดียวกัน 4 ใบ ส่วนอีกใบจะเป็นอะไรก็ได้
  • Full house ชุดไพ่ที่ประกอบไปด้วยไพ่ตองและไพ่แต้มเหมือนกันอีก 1 คู่
  • Flush ชุดไพ่ 5 ใบ ที่มีดอกเดียวกัน ไม่จำเป็นต้องมีแต้มเรียงกันก็ได้
  • Straight ชุดไพ่ 5 ใบ ที่มีแต้มเรียงกัน โดยไม่จำเป็นต้องมีดอกเหมือนกันก็ได้
  • Three of a kind ชุดไพ่ที่ประกอบด้วยไพ่ตอง 1 ชุด ส่วนอีก 2 ใบ เป็นไพ่อะไรก็ได้
  • Two pairs ชุดไพ่ที่มีแต้มเหมือนกัน 2 คู่
  • Pair ชุดไพ่ที่มีแต้มเหมือนกัน 1 คู่
  • Highcard ไพ่พื้นฐานที่ใช้แต้มหน้าไพ่ต่ำสุดคือ 2 สูงสุดคือ A จัดว่าเป็นชุดไพ่ที่อ่อนที่สุดในโป๊กเกอร์

สิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อแจกไพ่พลาด

แม้ว่าการเล่นโป๊กเกอร์จะต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมาก ถึงอย่างนั้นการแจกไพ่พลาดก็มักจะมีให้เห็นกันเสมอ ส่วนใหญ่มักจะเป็นการพลาดหงายหน้าไพ่ใบที่ 1 หรือ 2 ขึ้นมาให้ทุกคนเห็น เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ดีลเลอร์จะต้องเก็บไพ่นั้นกลับมาแล้วสับไพ่และตัดไพ่ใหม่อีกครั้ง อย่างไรก็ตามเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ส่วนมากหากเกิดการแจกไพ่พลาด ดีลเลอร์ก็จะยังคงแจกไพ่ต่อไปจนครบทุกคนแล้วค่อยเก็บไพ่ใบที่แจกพลาดไปเบิร์นทิ้ง แล้วเอาไพ่บนสุดของสำรับที่เหลืออยู่ไปแทนที่ แต่ถ้าดีลเลอร์แจกไพ่พลาดมากกว่า 1 ใบ อันนี้ต้องแจกไพ่ใหม่ทั้งหมดตั้งแต่ต้น รวมถึงกรณีที่ผู้เล่นได้รับไพ่มากกว่า 2 ใบ เช่นไพ่ติดกัน อันนี้ก็จะถือเป็นการแจกไพ่พลาดเช่นกัน

รวมกติกาเท็กซัสโฮลด์เอ็ม ที่มือใหม่ต้องรู้ก่อนเล่น

คิกเกอร์ ไพ่ชี้ชะตาหาผู้ชนะ

หัวใจสำคัญในการจัดชุดไพ่เท็กซัสโฮลด์เอ็มคือไพ่กองกลาง จึงไม่แปลกที่มักจะเกิดกรณีที่ผู้เล่นได้มือระดับใกล้เคียงกันอยู่เป็นประจำ การใช้คิกเกอร์จึงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะหาผู้ชนะหรือทำให้มือของผู้เล่นที่เหลืออยู่เสมอกัน โดยคิกเกอร์นั้นจะเป็นหนึ่งในไพ่ 5 ใบที่ใช้สร้างมือที่ดีที่สุด แต่ไม่ส่งผลต่อความแข็งแกร่งของไพ่ เช่น ในมือมี A, A, A, K, Q จะถือว่าชุดนี้เป็นไพ่ Three of a kind คือมีไพ่ตอง A ส่วน K และ Q จะทำหน้าที่เป็นคิกเกอร์ตามลำดับแต้มไพ่

ยกตัวอย่างเช่น ผู้เล่น A มีไพ่ Q, Q, 8, 8, K ถือว่ามี Two pairs ในมือ ขณะที่ผู้เล่น B ก็มี Q, Q, 8, 8, 10 ถือว่ามี Two pairs เช่นกัน ในกรณีนี้ต้องใช้คิกเกอร์ของแต่ละคนมาวัดกัน นั่นก็คือไพ่ K ของผู้เล่น A และไพ่ 10 ของผู้เล่น B

สมมติว่าไพ่ River ออกมาเป็น A และไพ่กองกลางจบที่ 8, Q, 8, 4, A ส่งผลให้ทั้งคู่มีไพ่ Two pairs ตามเดิม (QQ และ 88) ซึ่งการจัดไพ่ดีที่สุดจะใช้ไพ่ 5 ใน 7 ใบ ทำให้ทั้งสองต้องเอาไพ่ A ที่เพิ่งเปิดมาเป็นไพ่ใบที่ 5 แทน ทำให้ทั้งสองมีไพ่เหมือนกันคือ คู่ QQ และ 88 โดยมี A เป็นคิกเกอร์ ส่งผลให้เสมอกัน เพราะไพ่ K ของผู้เล่น A ไม่สามารถใช้ได้เพราะไพ่ A ที่ออกมาสูงกว่า K และยังไปช่วยเป็นคิกเกอร์แทน 10 ของผู้เล่น B อีกด้วย

แต่ถ้าไพ่ River ออกมาเป็น J หรือต่ำกว่า ก็จะทำให้ไพ่ K ของผู้เล่น A ใช้ได้และกลายเป็นผู้ชนะ อย่างไรก็ตามจะต้องไม่ออก 8 หรือ Q เพราะจะทำให้เกิด Full house ทันที หรือถ้าออก 10 ก็จะทำให้ผู้เล่น B เกิดคู่ที่สองใหญ่กว่าและกลายเป็นผู้ชนะได้เช่นกัน

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับกติกาเท็กซัสโฮลด์เอ็ม อันนี้บอกเลยว่าแค่น้ำจิ้มเท่านั้น เพราะการเล่นโป๊กเกอร์ยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่เราต้องศึกษาเพิ่มเติม เนื่องจากเกมนี้ผู้เล่นจะต้องเข้าใจในการวางกลยุทธ์ต่าง ๆ อีกมากมายเพื่อใช้แก้ไขสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละรอบ อย่างไรก็ตามหากอยากเป็นนักเล่นโป๊กเกอร์มืออาชีพกันแล้วล่ะก็อย่าลืมศึกษาและฝึกฝนกันเป็นประจำ เพียงเท่านี้การเล่นเท็กซัสโฮลด์เอ็มก็จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป